พอล​ แกสคอยน์ กับ ชีวิตที่เกือบดิ่งลงเหว

BEOGAMING : พอล แกสคอยน์ เขาคือหนึ่งในนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล เท่าที่วงการลูกหนังอังกฤษเคยมีมา และแม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่อาจมีนักเตะอังกฤษคนไหนเทียบชั้นเขาได้ แกสคอยน์ ได้รับการยกย่องว่าเขานั้นมีวิทยายุทธลูกหนังที่เข้าขั้นอัจฉริยะ และอย่างที่เราได้บอกไว้นั้น อัจฉริยะนั้นมักจะมีคาแรคเตอร์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร

BEOGAMING : พอล​ แกสคอยน์ กับ ชีวิตที่เกือบดิ่งลงเหว

BEOGAMING : เขาเกิดในปี ค.ศ. 1967 เมืองเกตส์เฮด ประเทศอังกฤษ คุณแม่ของเขานั้นทำงานในโรงงาน ส่วนคุณพ่อมีอาชีพขนถ่านที่หลงใหลในวงดนตรี เดอะ บิสเทอ จนนำมาตั้งเป็นชื่อให้กับลูกชายของเขานั้นคือ พอล จากพอลแม็คทัสนี จอร์น จากจอร์น เลนนอล จึงกลายมาเป็น พอล จอร์น แกสคอยน์ ชีวิตในวัยเด็กของเขาต้องพาลพบเจอแต่ความสูญเสียต่อหน้าต่อตามาตั้งแต่ 10 ขวบ เมื่อเพื่อนของเขาถูกรถชนตายต่อหน้าเขา ซึ่งนั้นเป็นศพแรกที่เขาเห็น และอีกครั้งหนึ่งที่เขาต้องเสียเพื่อนไปเพราะอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องจักร และนั้นคือจุดเริ่มต้นที่พาเขามารู้จักกับสิ่งที่จะเติมเต็มช่วงว่างในหัวใจ นั้นก็คือฟุตบอล

เขาเริ่มต้นเข้าทีมท้องถิ่นอย่าง เก็ตเฮทบอย และได้รับการจับตามองจากแมวมองหลาย ๆ ทีม แต่การเริ่มต้นนั้นก็ไม่ได้ง่ายงายเสมอไป เขาตระเวนไปทดสอบฝีเท้ากับทีมต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนกระทั้งในปี ค.ศ. 1980 สโมสรนิวคาสเซิล ได้รับเจ้าหนูพอล เข้าไปศึกษาในวิชาลูกหนัง เวลานั้นเขามีอายุเพียง 13 ปี ตัวเขาเองนั้นมีพรสรรค์ในเชิงลูกหนังที่มากเกินกว่าเด็กทั่วไปและได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งเช่นกัน ที่เขามีมากกว่าเด็กทั่วไปนั้นคือความห่าม ความเพี้ยน และความบ้าบอนั้นเอง แต่เขามักจะใช้จ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงที่ได้รับ หมดไปกับการเล่นตู้เกมอยู่เสมอ จนเมื่อเงินไม่พอก็ถึงคั้นไปลักของตามร้านค้าเพื่อมาเติมเต็มความอยากเล่นเกมของเขา โดย สแตน เซมัวร์ ประธานสโมสรนิวคาสเซิล ได้นิยาม พอล แกสคอยน์ ไว้ว่า นี่คือ จอร์จ เบสต์ ในเวอร์ชั่นไร้สมอง

เมื่ออายุได้ 15 ปี พอล แกสคอยน์ ก็เริ่มคิดได้ว่าเขาควรเลิกนิสัยพวกนี้ส่ะ และหันมาเอาจริงเอาจังทำงานหนักเพื่อการเป็นนักฟุตบอลอย่างจริง ๆ จัง ๆ เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะเรื่องฐานะทางครอบครัว เขาเริ่มเปลี่ยนแปลงความคิดตัวเองใหม่ทั้งหมด

และเมื่ออัจฉริยะเกิดความตั้งใจขึ้นมา ทุกอย่างก็ดูราบรื่นไปเสียหมด ในขณะที่อายุ 16 ปีนั้น เขาก็ได้รับการดันเข้าสู่ทีมเยาวชนอย่างจริงจัง และด้วยทักษะที่เขามีนั้นจึงส่งผลให้เขาได้รับปลอกแขนกัปตันทีม รุ่นอายุ 18 ปี และพาทีมเด็กสาลิกาดง คว้าแชมป์เอฟเอยุสคัพในปี 1985 ซึ่งตัวเขาเองก็ทำ 2 ลูกในรอบนัดชิง และรางวัลที่เขาได้รับนั้นก็คือโอกาสที่จะได้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ แม้อายุเขาจะน้อย แต่เขาก็ได้สร้างความน่าตื่นเต้นไว้มากมาย

ฟอร์มอันโดดเด่นกับนิวคาสเซิล สโมสรท็อตแนมฮอตสเปอร์ เข้ามาติดต่อซื้อตัวแกซซ่า พร้อมยื่นข้อเสนอที่แกสคอยน์ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะทางสโมสรจะซื้อบ้านใหม่ให้พ่อแม่ของแกซซ่าอยู่ฟรี ๆ ถ้ายอมเซ็นสัญญาด้วย นั่นทำให้แกสคอยน์เซย์เยสกับทีมไก่เดือยทองในทันที

แกซซ่ามี 3 ฤดูกาลอันยอดเยี่ยม เขาพาสเปอร์คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ในปี 1991 ด้วยผลงาน 6 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด สื่อมวลชนทุกสำนักให้คำนิยามว่าเขาคือ “อัจฉริยะลูกหนัง” ความสำเร็จนี้ทำให้เขากลายเป็นตำนานหมายเลข 8 ของสนามไวท์ฮาร์ทเลน บ้านที่เขาแกสคอยน์เคยคิดว่าเขาจะอยู่ไปตลอดชีวิต แต่แล้ววันหนึ่ง โทรศัพท์จากกรุงโรมได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ฟอร์มอันร้อนแรงของแกซซ่า เตะตาเจ้าของทีม “ลาซิโอ” จากกัลโช ซีเรียอา ฟุตบอลลีกอันดับหนึ่งของโลกในตอนนั้น และเด็กหนุ่มจากอีสาน (ของอังกฤษ) ก็ตัดสินใจเก็บข้าวของออกจากบ้านเข้าสู่การผจญภัยครั้งใหญ่ ที่กลายเป็นการหลงทางจนกู่ไม่กลับ การย้ายมาอิตาลีในฐานะซูเปอร์สตาร์ เขามีรายได้ระดับมหาเศรษฐี แต่ชื่อเสียงเงินทองกลับกลายเป็นถนนสู่ความหายนะ เริ่มจากวินัยที่หย่อนยาน แกสคอยน์ปล่อยตัวเองให้น้ำหนักเกิน กินอาหารขยะ และดื่มแอลกอฮอล์สม่ำเสมอ สุดท้าย ซเดเน็ก ซีแมน โค้ชลาซิโอ ที่ให้ความสำคัญกับความฟิต ทนไม่ไหวและตัดสินใจไม่ต่อสัญญา

และในปี 1994 พอล แกสคอยน์ ก็เปิดตัวที่สกอตแลนด์กับทีมกลาสโกว์ เรนเจอร์ส ด้วยมาตรฐานของลีกที่ไม่สูง แกสคอยน์กลายเป็น “ตัวเทพ” ของลีกทันที และนั่นยิ่งทำให้แกซซ่าได้ใจเขาปล่อยตัวมากขึ้น ดื่มหนักขึ้น แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย ร่างกายที่ยังแข็งแรง และฟอร์มในสนามที่ไปได้ดี ทำให้โค้ชมองข้ามเรื่องแย่ ๆ ของแกสคอยน์ไป

การเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังทำให้แกซซ่าย่ามใจ หลงคิดว่าต่อให้เขาเมาเละเทะแค่ไหน เขาก็ติดทีมชาติอยู่ดี แต่นั่นไม่ใช่กับ เกล็น ฮอดเดิ้ล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนใหม่ที่ตัดสินใจตัดชื่อพอล แกสคอยน์ ออกจากทีมชุดฟุตบอลโลก 1998 หลังจากที่หนึ่งสัปดาห์ก่อนประกาศรายชื่อ แกสคอยน์ออกไปเมาในผับ และกินอาหารตอนกลางคืน ไม่ยอมคุมน้ำหนัก

แน่นอนว่าเมื่อแกซซ่าทราบข่าวร้าย เขาก็ไม่คิดแก้ไขตัวเอง แกสคอยน์อาละวาดทำลายข้าวของในออฟฟิศของฮอดเดิ้ลจนพังยับเยิน นี่คือจุดจบบนเส้นทางทีมชาติของดาวเตะอัจฉริยะ และเป็นจุดเริ่มต้นความตกต่ำในชีวิตของพอล แกสคอยน์ ทั้งในและนอกสนาม

ความผิดหวังได้บดขยี้ความฝันวงการฟุตบอลของแกซซ่าจนแหลกสลาย จนต้องพึ่งแอลกอฮอล์เป็นทางออก ในปี 1998 พอล แกสคอยน์ ดื่มวอดก้า 32 ช็อตรวดเดียวจนสลบ จนผู้จัดการทีมต้องเรียกรถพยาบาลพาแกซซ่าผู้ไร้สติไปเข้าสถานบำบัด นั่นทำให้แกสคอยน์รู้ว่าเขาไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อความสนุก แต่สมองเขาเสพติดแอลกอฮอล์ไปเสียแล้ว และเขาต้องดื่มมันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายร่างกายของแกสคอยน์พังเกินกว่าจะเล่นฟุตบอลได้ และแขวนสตั๊ดไปด้วยวัย 37 กับทีมในลีกล่างสุดของอังกฤษ

พอล แกสคอยน์ ให้เหตุผลของการเลิกเล่นฟุตบอลว่า “ต้องการโฟกัสกับงานโค้ช” ซึ่งนั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ แกสคอยน์มีเงินเก็บมหาศาลจากฟุตบอล และเวลาว่างอันเหลือเฟือไปกับ ว็อดก้า วิสกี้ และโคเคน

ภาพที่คนเห็นชินตาคือ ชายร่างท้วม พูดอังกฤษสำเนียงจอร์ดี เดินเข้ามาในผับ ทักทายผู้คนอย่างอารมณ์ดี ซื้อเหล้าเลี้ยงทุกคน ดื่มแบบไม่ยั้ง สลับกับการซื้ดโคเคน จนเมามายไม่ได้สติและฟุบหลับไป

ชีวิตของแกสคอยน์วนเวียนไปแบบนั้น จนถึงปี 2008 ที่เขาถูกศาลสั่งให้อยู่ภายใต้ความดูแลของบุคคลอื่น เนื่องจากมีอาการประสาทหลอนจากการเสพยา รวมถึงเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง และปีนั้นเองที่แกซซ่าถูกสั่งฟ้องล้มละลาย หลังจากที่เขาใช้เงินทั้งชีวิตไปกับเหล้าและยาเสพติด

20 ปีที่ต่อสู้กับปีศาจในใจตัวเอง วันหนึ่งแกซซ่าก็พบว่าการที่เขาดื่มเหล้าอย่างหนัก มันมาจากความเบื่อหน่ายที่ตัวเองไม่มีเป้าหมายของชีวิต เขาไม่มีความฝันอะไรอีกเลยหลังจากที่อดไปฟุตบอลโลก

นั่นทำให้แกสคอยน์ตัดสินใจหาอะไรทำ นั่นคือ “การออกกำลังกาย” หลังจากเข้ารับการบำบัดในปลายปี 2017 พอล แกสคอยน์ เริ่มเข้ายิม เริ่มซ้อมวิ่งอีกครั้ง แม้ว่าร่างกายที่เสียไปอาจจะฟื้นฟูไม่ได้เท่าเดิม แต่การมีรูทีนอย่างต่อเนื่อง ทำให้แกซซ่ารู้สึกถึงความหมายของชีวิต ตอนปลายปี 2018 เขาประกาศเลิกเหล้าอย่างเด็ดขาดได้สำเร็จ และกลายเป็นวิทยากรรับเชิญตามสถานบำบัดต่าง ๆ เพราะต้องการช่วยเหลือคนที่เคยเป็นแบบเขา

เมื่อทีมท็อตแนมฮอตสเปอร์จะจัดฟุตบอลนัดพิเศษ เพื่อต้อนรับการเปิดตัวสนามไวท์ฮาร์ทเลนที่สร้างใหม่ แกซซ่าไม่ลังเลเลยที่จะกลับมาสัมผัสผืนหญ้าอีกครั้ง เขาใช้เวลา 3 เดือนในการฝึกซ้อม แม้ว่าในนัดนั้นเขาจะเล่นได้เพียง 15 นาที อาการเจ็บเอ็นร้อยหวายก็กำเริบและต้องโดนเปลี่ยนตัวออกก็ตาม

บทความจาก : BEOGAMING BEO666

turbinado.org